featured

ทุกครั้งที่ต้องปฏิเสธการยืนยันบัญชีจากเอกสารที่ไม่ถูกต้อง ทีมของเราก็เครียดและไม่มีความสุขเช่นกัน หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทีมของเรากำลังแกล้งคุณหรือไม่ เราขอบอกเลยว่าเราไม่ได้แกล้งจริงๆ

เราพร้อมและอยากจะยืนยันบัญชีของคุณเสมอ ทุกครั้งที่เราปฏิเสธการยืนยันบัญชีเพราะเอกสารที่ไม่ถูกต้อง เราก็หวังว่าคุณจะส่งเอกสารและข้อมูลที่ถูกต้องมาหาเราอีกครั้ง

เพื่อให้ทุกอย่างง่ายสำหรับคุณ เราได้ทำคู่มือสั้นๆเพื่อช่วยอธิบายการส่งเอกสารยืนยันบัญชีอย่างถูกต้องไว้ที่นี่แล้ว


1. เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนให้พร้อม (หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน)

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารนั้นสามารถใช้ยืนยันตัวตนได้

ขั้นแรกก็เตรียมเอกสาร ทางเรารับหนังสือเดินทางของทุกประเทศ ส่วนบัตรประชาชนเรารับจากบางประเทศเท่านั้น ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อที่เรารับบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน หากคุณถือบัตรประชาชนของประเทศอื่น กรุณาเช็คจากรายชื่อประเทศที่เรารับบัตรประชาชนในการยืนยันตัวตนอีกที

❌ หนังสือเดินทางเพื่อการเดินทางภายในประเทศไม่สามารถใช้ยืนยันตัวตนได้

ใช้เอกสารตัวจริงเท่านั้น ไม่ใช้สำเนาหรือถ่ายภาพเอกสารผ่านหน้าจอใดๆ

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนเพื่อการยืนยันตัวตน

คุณจะต้องถ่ายภาพของเอกสารฉบับจริง

❌ ภาพถ่ายของจอหรือรูปหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนจะถูกปฏิเสธ เนื่องจากเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารนั้นเป็นของจริง

กรุณาตรวจสอบว่าเอกสารของคุณถูกต้องตามข้อกำหนดดังนี้

เอกสารยืนยันตัวตนต้อง

  • เป็นเอกสารที่ออกโดยรัฐบาลและได้รับการยอมรับเป็นสากล
  • ยังไม่หมดอายุ อ่านออกได้ชัดเจน และเป็นเอกสารสี
  • ไม่ได้ถูกแก้ไข ปิดบังข้อความใดๆบนนั้น
  • มีลายมือชื่อของคุณบนเอกสาร (ในกรณีที่ระบุว่าต้องมีลายมือชื่อ)

การปฏิเสธจากเหตุผลอื่น

ถ้าคุณมั่นใจ100%ว่าเอกสารยืนยันตัวตนของคุณถูกต้องตามข้อกำหนดทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังถูกปฏิเสธ อาจจะมีสาเหตุมาจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆตอนที่คุณส่งเอกสารเข้ามา เช่น

- ภาพไม่ชัด เบลอ หรือมืดไป

- มีแสงแกลร์หรือแสงสะท้อน

- มีบางส่วนของเอกสารตกหล่น ถูกตัดจากภาพไป หรือที่พบได้บ่อยคือโดนนิ้วมือบัง

⚡ คำแนะนำ: ถ่ายภาพในที่ที่มีแสงเพียงพอ ปิดแฟลชและโหมดถ่ายภาพ HDR

2. ถ่ายภาพตัวคุณเองอย่างถูกต้อง

การถ่ายภาพตัวคุณเองตามปกติต่างจากการถ่ายภาพตัวคุณเองเพื่อยืนยันตัวตน เพราะภาพถ่ายเพื่อยืนยันตัวตนที่ใช้ได้จะต้อง…

  • เป็นภาพที่เหมือนตัวจริง ยกตัวอย่างเช่นเหมือนหน้าบนบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • เป็นภาพที่เห็นหน้าอย่างเดียว
  • เป็นภาพที่ชัด

เป็นภาพมองกล้อง หน้าตรง ไม่อ้าปาก หรือยิ้มเห็นฟัน

3. เตรียมเอกสารแสดงที่อยู่(Proof of residency document) ของคุณให้พร้อม

#ส่งเอกสารเฉพาะหน้าที่ระบุที่อยู่ของคุณเพียง 1 หน้า

เอกสารแสดงที่อยู่

  • บิลค่าน้ำ/ ค่าไฟ
  • บิลค่าโทรศัพท์
  • หนังสือรับรองจากธนาคาร
  • หนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิต
  • จดหมายรับรองจากราชการ
  • ใบเสร็จค่าเช่า/ สัญญาเช่าที่พักอาศัย

เอกสารข้างต้นต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือนและควรเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ(ถ้ามี)

ภายในเอกสารต้องระบุข้อมูลดังนี้

  • ชื่อและนามสกุล
  • ที่อยู่ปัจจุบัน (ไม่สามารถใช้ที่อยู่ตู้ปณ. แทนที่อยู่ปัจจุบัน)
  • วันที่ออกเอกสาร(ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน)
  • ตราสัญลักษณ์หน่วยงานที่ออกเอกสาร

หากเอกสารไม่ได้รับการอนุมัติ

ในกรณีที่เอกสารของคุณไม่ได้รับการอนุมัติ อาจเกิดจากข้อผิดพลาดเหล่านี้

  • เอกสารของคุณมีอายุเกิน 3 เดือน
  • ไม่มีวันที่ออกเอกสารระบุไว้
  • ไม่ใช่เอกสารที่ใช้รับรองที่อยู่ตามประเภทเอกสารที่ระบุไว้ข้างต้น
  • ไม่มีตราสัญลักษณ์หน่วยงานที่ออกเอกสาร
  • ที่อยู่ที่ระบุในเอกสารไม่ตรงกับที่อยู่ที่คุณกรอกไว้ในแอป TenX (ที่อยู่ที่ระบุในเอกสารและในแอป TenX ต้องเป็นที่อยู่เดียวกัน)

คำแนะนำเพิ่มเติม

เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติบัญชีผู้ใช้ กรุณาตรวจสอบ

  • เบอร์โทรศัพท์ที่คุณใช้ลงทะเบียนกับ TenX ให้ตรงกับเบอร์โทรศัพท์ในประเทศที่คุณอยู่อาศัย
  • ข้อมูลที่บันทึกในบัญชีผู้ใช้ TenX ต้องตรงกับข้อมูลในเอกสารที่คุณส่งเข้ามา โดยเฉพาะข้อมูลวันเกิดของคุณ
  • กรอกชื่อ-สกุลของคุณอย่างถูกต้อง : กรอกชื่อจริงในช่อง Given name และกรอกนามสกุลในช่อง Last name
  • ชื่อบนappจะต้องตรงกับชื่อบนเอกสารของคุณ

เรียบร้อย! หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่
https://support.tenx.tech/hc/en-us